Posted by: piyananv on: September 24, 2011
อันนี้เป็นคุกกี้เพื่อสุขภาพสำหรับคนที่บ้านโดยเฉพาะ ^^
กว่าจะได้สูตรที่ถูกใจนี้ก็ค้นหาอยู่นานพอควร โจทย์คืออยากได้คุกกี้ที่ใส่พวกธัญญพืช ใส่ผลไม้แห้ง หอมเนยเยอะๆ และก็ไม่หวานมาก เทียบไปเทียบมาหลายๆสูตรจาก Internet ก็มาลงเอยที่สูตรของคุณ David แห่ง www.davidlebovitz.com
ลิ้งค์ตามนี้เลย http://www.davidlebovitz.com/2010/10/oatmeal-raisin-cookies-recipe-flour/
ส่วนประกอบและวิธีทำก็ตามนี้จ้า
เนย 225 g
น้ำตาลทราย 150 g (ลดน้ำตาลลงได้ถ้าไม่ชอบหวาน)
นำ้ตาลทรายแดง 200 g (ลดน้ำตาลลงได้ถ้าไม่ชอบหวาน)
ไข่ไก่เบอร์ศูนย์ 2 ฟอง
แป้งอเนกประสงค์ 245 g
เบคกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
เกลือ 1 ช้อนชา
ผง nutmeg 1/4 ช้อนชา (optional)
ผง cinnamon 1 ช้อนชา (optional)
rolled oat 175 g
ผลไม้แห้งหั่นชิ้นเล็กๆ 240 g
วิธีทำ
1. วอร์มเตา 180 C ตีเนยที่นิ่มแล้วกับน้ำตาลจนขึ้นฟูเบา (ประมาณ 5 นาที)
2. ร่อนแป้ง เบคกิ้งโซดา เกลือ nutmeg และ cinnamon ในอ่างผสมอีกใบ ใส่ข้าวโอ๊ตและผลไม้แห้งลงผสม ใช้พายยางคนให้ส่วนผสมของแห้งเข้ากันดี
3. ใส่ไข่ลงในส่วนผสมของเหลวทีละฟอง ตีให้เข้ากันก่อนแล้วจึงใส่ไข่ใบต่อไป เมื่อส่่วนผสมเนยและไข่เข้ากันดีแล้ว จึงนำส่วนของแห้งมาผสมลงในของเหลว ใช้ความเร็วต่ำตีพอให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน
4. นำ batter ที่ตีได้เข้าแช่ช่อง freezer สักครู่ (ครึ่งชั่วโมง)
5. เมื่อจะอบตัก dough เป็นก้อนกลมขนาดเล็กใหญ่ตามชอบเรียงบนถาดที่ปูกระดาษไขไว้ ควรเรียง dough ให้เว้นระยะห่างกันเล็กน้อยเพื่อป้องกันคุกกี้แผ่ออกติดกัน ถ้าชอบคุกกี้แบบบางให้ใช้มือกด dough ให้แบนลงเล็กน้อย
6. อบเป็นเวลา 20-22 นาที หรือจนกระทั่งคุกกี้สุกเป็นสีน้ำตาลด้านบน แต่ต้องระวังอย่าให้สุกเกินไป
7. นำออกจากเตา ทิ้งให้เย็นสนิท เก็บในภาชนะที่ปิดสนิท
แอบใส่เม็ดมะม่วงเพิ่มเองด้วย แต่อบเกรียมไปหน่อย T_T
สุดท้ายใส่ผลไม้แห้ง ใช้พายยางคนให้เข้ากันก็พอ
ใช้ช้อนตัก dough เป็นก้อนกลมๆ คลุก rolled oat ให้ติดผิวคุกกี้เพื่อความสวยงาม ^^
เรียงลงถาด จัดแถว เว้นระยะพองาม
รอขนมสุกอย่างใจจดใจจ่อ น้องหมาจับเวลาบอกเหลืออีกห้านาที
Posted by: piyananv on: September 24, 2011
เมนูนี้สืบเนื่องมาจากอยากใช้น้ำพริกเผาที่มีเหลือค้างๆอยู่ในตู้เย็น เลยลองปรึกษา Google ดูว่ามีสูตรอาหารอะไรง่ายๆน่าสนใจมั๊ย ก็ไปเจอเมนูนี้ใน website ของแม่สลิ่ม “ข้าวผัดน้ำพริกเผากุ้งเสียบไข่เค็ม”
อืมมม แค่ชื่อก็ดูดีแล้วอ่ะ ของในบ้านก็มีเกืิอบครบ ขาดแต่กุ้งเสียบ ไม่เป็นไรหาเนื้อสัตว์อื่นใส่แทนละกัน
Posted by: piyananv on: July 12, 2011
บทสนทนาทางโทรศัพท์เย็นวันศุกร์
แม่: หนูจะมาทำเค้กบ้านแม่อาทิตย์นี้มั๊ย
ปิยนันท์: ไปก็ได้แม่
แม่: นี่ๆหนูทำเค้กฝอยทองสิ แม่ได้ฝอยทองมา แล้วแม่ลองดูใน Google เห็นมีสูตรเค้กฝอยทองด้วย น่ากิ๊นน่ากิน (น้ำเสียงกระตือรือล้น)
ปิยนันท์: เค้กฝอยทองมันหวานอ่ะแม่ ไม่อยากกินหวานมาก
แม่: น่าๆทำดูหน่อยน่า เดี๋ยวนี้เห็นหนูทำเค้กเก่งจะตาย
ปิยนันท์: (คิดในใจ….ชิ ทำเป็นมาชม) ก็ได้ก็ได้
แม่: ดีดีดี แม่เก็บฝอยทองไว้ในตู้เย็นนะ อยู่ในกล่อง มาแล้วก็มาหาดูนะ แม่จะไม่อยู่จะพาอาม่าไปหาหมอ
ปิยนันท์: อ๊าาา ตัวเองไม่อยู่จะปล่อยเค้าทำคนเดียวเหรอ T_T
ที่มาของเค้กฝอยทองที่เอามาโพสวันนี้ก็เป็นเช่นนี้เอง -_-“
หลังจาก search หาสูตรที่น่าสนใจในเว็บก็มาเจอเว็บนี้ค่ะ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=febie&month=01-2011&date=12&group=30&gblog=32
ซึ่งท่านเจ้าของblogคุณFebieก็นำสูตรมาจากคุณยุ้ย ความรักทำให้โลกอ่อนหวานอีกที blog นี้ค่ะ
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=tablet&date=26-01-2008&group=9&gblog=5
ส่วนผสมและวิธีทำ (ขอลอกจาก blog คุณ Febie มาเลยนะคะ)
ใช้ฝอยทอง 200-250 กรัม
ส่วนที่ (1)
แป้งเค้ก 90 กรัม, ผงฟู 1 1/4 ชช, นมผง 1 1/4 ชต, เกลือ 1/4 ชช, น้ำตาลทราย 50 กรัม
ส่วนที่ (2)
ไข่แดง 3 ฟอง, น้ำมันพืช 45 กรัม, นมหรือกะทิ 60 กรัม
ส่วนที่ (3)
ไข่ขาว 3 ฟอง, วนิลา 1 ชช, cream of tar tar 1/4 ชช, น้ำตาลทราย 50 กรัม
วิธีทำ
Posted by: piyananv on: July 12, 2011
อบเค้กนู้นนี้นั้นมาซักพัก จะขาดเค้กยอดฮิตก็กระไรอยู่ เลยขอลองอบเค้กหน้านิ่มกะเค้ามั่ง เอาสูตรมาจากใน Pantip เช่นเคย ขอยกเครดิตให้กับต้นตอเจ้าของสูตรค่ะ คือคุณเชฟอุ๋มอิ๋มผู้ใจดีแบ่งปันสูตรขนมเค้กอร่อยๆให้ทุกคนนำไปลองทำอย่างไม่หวงแหน ส่วนตัวแล้วรู้จักเค้กนี้เป็นครั้งแรกเมื่อสิบปีที่แล้ว (ฟังดูนานมากแก่มากเรา) เป็นเค้กช็อคหน้านิ่มอันลือชื่อของร้านกัลปพฤกษ์ อูยยย เค้กอะไรอร๊อยอร่อย แต่ราคาก็หนักหนาเอาการ เค้กเสี้ยวนึง 50 บาท o_0 ซึ่งตอนนี้ไม่รู้ราคาขึ้นเป็นเท่าไหร่ไปแล้ว หลังจากนั้นก็เริ่มมีเบเกอรี่อื่นเกาะกระแสเค้กช็อคหน้านิ่มทำออกมาวางขายบ้าง รสชาติแม้ไม่เหมือนกับของกัลปพฤกษ์แต่ก็อร่อยในแบบฉบับของตนเอง เช่นเค้กโบว์ซึ่งราคายุติธรรมกว่ากันมาก (เป็นคนเน้น Value for money มาก หรือขี้เหนียวนั่นเอง เอิ๊กๆ) เอาเป็นว่าเค้กช็อคหน้านิ่มสูตรคุณเชฟอุ๋มอิ๋มนี้อร่อยมากเลยค่ะ ไม่แพ้ที่เค้าขายๆกันอยู่เลย
ต้นฉบับมาจาก Link นี้เลยค้าบ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sweetheart-bakery&month=06-2006&group=2&date=22&blog=1
ส่วนผสมตัวเค้ก (สำหรับพิมพ์เค้ก 8” หนึ่งก้อน)
ส่วนผสม (1)
แป้งเค้ก 80 กรัม, ผงฟู ¼ ชช, เบคกิ้งโซดา 1/2 ชช, เกลิอป่น 1/4 ชช, ผงโกโก้ 25 กรัม, น้ำตาลทราย 80-90 กรัม
ส่วนผสม (2)
น้ำ 50 กรัม, นมข้นจืด 25 กรัม, น้ำมะนาว 1 ชช, น้ำมันพืช 65 กรัม, ไข่แดง 2 ฟอง, วนิลลา 1 ชช
ส่วนผสม (3)
ไข่ขาว 2 ฟอง, น้ำตาลทราย 45 กรัม, ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ชช
วิธีทำตัวเค้ก
ส่วนผสมหน้านิ่ม
**ปริมาณนี้คุณเชฟอุ๋มอิ๋มให้ไว้สำหรับราดเค้กได้สองก้อน แต่จากหลากหลายเสียงในห้องก้นครัวบอกชอบหน้านิ่มหนาๆและใช้ปริมาณเท่านี้แหล่ะสำหรับเค้กเพียงหนึ่งก้อน (สไลด์เค้กสามชั้น ปาดหน้านิ่มระหว่างชั้น และราดชั้นบนสุดหนาพิเศษ) ส่วนตัวผู้เขียนพบว่าควรทอนส่วนผสมข้างล่างนี้ลงสัก 1/3 ค่ะ เพราะราดสำหรับเค้กก้อนเดียวดูแล้วหน้านิ่มยังเหลือเยอะ เลยเก็บใส่ไว้เป็นคัสตาร์ดรสโกโก้เอาไว้ทาขนมปังได้ค่ะ
ส่วนผสม (1)
ผงวุ้น 1 ชช (หรือผงเจลาติน 1 ชต แทน), น้ำ 300 กรัม, นมข้นจืด 200 กรัม, น้ำตาลทราย 180-200 กรัม, โกโก้ 50 กรัม
ส่วนผสม (2)
แป้งข้าวโพด 40 กรัม, นมข้นจืด 150 กรัม
ส่วนผสม (3)
เนยสด 150 กรัม, เหล้ารัม 1 ชต (optional)
วิธิทำหน้านิ่ม
วิธีประกอบร่าง
ไม่มีรูปตอนวิธีทำนะคะเพราะตั้งใจทำกลัวไม่มีสมาธิ แหะๆ มีแต่รูปตอนสำเร็จแล้วจ้ะ
ปลาบปลื้มกะตัวเองมากอ่ะ อบออกมาได้สวยงาม เนื้อนุ๊มนุ่ม ^^
Posted by: piyananv on: June 18, 2011
Been a year and two months since I moved in here, living with Ae in new house. I’d barely cooked thank to P’ Yupin, our ex-housemaid. I think she just love love cooking and we just love love every dishes she had cooked for us, three meals a day. Lucky me! Since P’Yupin is incharge of main courses related task, I then turn my interest to baking pastry lately. Anyhow, Ae has introduced me to a blog called “A Hamburger Today”, and he is a big fan of this blog. There are tons of Hamburger recipes, Tips, and reviews of Hamburger shops all over the US. I scrolled from page to page to see a lot of mouth-watering Hamburger photos, and this is what i picked — > http://www.seriouseats.com/recipes/2010/05/ultra-crispy-burgers-recipe.html by J. Kenji Lopez-Alt
It’s very easy. Just add some salt, pepper, sage powder, and Worcester sauce to fresh ground beef. Mix all with your hand, and then form it into patties. See? I’d never known before that making patty is so so simple like that.
Bon Appetite!
Ps 1) I don’t use to eat rare or medium-rare beef, so I over-cooked mine a little bit. And it was great!
Ps 2) If you are not a beef eater, you can substitute it with ground pork here. Still taste great, I believe.
Posted by: piyananv on: June 18, 2011
Tue Aug 31, 2010: – Khao-soi and Plernwan
We headed back to BKK on Tue. Before leaving Villa Maroc, we enjoy taking photos around the resort. I really love the decoration here.
On the way back to BKK., we stopped by for lunch in Hua-hin. I found this small restaurant from a guide book, famous for its Northern style dishes; Khao-soi and ขนมจีนน้ำเงี้ยว. Very tasty! Will definitely come back.
Then we stopped again at “Plernwan”. I’d never been here before. It’s the new must-go spot in Hua-hin. It’s a vintage village recaptured the old classic charm of Hua-hin in the past.
Then we headed straight back to BKK, home sweet home. Yay! Finished. — The end —
Posted by: piyananv on: June 18, 2011
We started our day with great meal. Breakfast buffet at Villa Maroc is superb. Various kinds of food including breads, toast, salad, Thai dishes, Japanese dishes, and Moroccan-style food; like yogurt and dried fruits.
For the rest of the day, we had a good time relaxing.
Posted by: piyananv on: June 17, 2011
อันนี้เป็นภาคต่อจาก blog ที่แล้วจ้ะ เนื่องด้วยในวันนั้นอบสปันจ์ทีเดียวสองก้อน ก้อนนึงราดหน้าส้ม อีกก้อนเลยอยากทำหน้าอื่นบ้างเพื่อไม่ให้สมาชิกช่วยชิมเบื่อซะก่อน (ทานแต่เค้กส้มมาหลายอาทิตย์ติด) แล้วก็นึกถึงเค้กมะพร้าวอ่อนของร้าน Sweet peas เค้กเค้าก็เป็นเนื้อสปันจ์ แล้วก็สอดไส้และโปะหน้าด้วยครีมสดโรยข้างบนด้วยกองเนื้อมะพร้าวอ่อนเป็นเส้นๆ โอววว แค่นึกถึงก็เคลิ้มแล้ว ตรูลองทำบ้างดีกว่า
ตัวสปันจ์เค้กวิธีทำเหมือนเค้กส้มใน blog ก่อนหน้านี้เลยจ้ะ — > เค้กส้มภาคสอง
ส่วนหน้าครีมสดมะพร้าวอ่อนมีส่วนผสมและวิธีทำตามนี้เน่อ (ให้เครดิตคุณเช้า จาก chibiasa.exteen.com)
ส่วนผสมสำหรับสอดไส้และแต่งหน้าเค้ก 3 ปอนด์
วิธีทำหน้าครีมสดมะพร้าวอ่อน
วิธีประกอบ
มาดูภาพสำเร็จกันเต๊อะ
รูปนี้ถ่ายจากในตู้เย็น ปาดครีมเสร็จต้องรีบเอาเข้าตู้เย็นทันที
ตัดแล้ว ตัดแล้ว ตื่นเต้นมั่กๆ
หน้าตาดูดีมีสกุลใช่ย่อย ^^Y
Personal baking diary
Posted by: piyananv on: June 17, 2011
กลับมา update เค้กส้มต่อแว้ว…
เมื่อวานเพิ่งอบเป็นรอบที่หก
คราวนี้ใจกล้าอบมันที่เดียวสองก้อนเลย ปรากฏว่าก้นขาวจั๊วปราศจากไตให้ขุ่นเคืองใจ แต่ว่า แต่ว่า แต่ว่า มันไม่ค่อยฟูอีกแล้ววุ๊ย =_= ไม่รู้เพราะเหตุอันใดจริงๆ
ตอนตีไข่กับน้ำตาลกับแป้งก็ยังฟูฟ่องอยู่แท้ๆ พอรินเนยใส่แล้วจะเทใส่พิมพ์ส่วนผสมมันดันเหลวขึ้น (ฮือๆๆ) แต่ยังไงก็อบได้พิมพ์สามปอนด์สองก้อนล่ะ เนื้อเค้กไม่ค่อยสูง สไลด์ได้แค่สองชั้น ส่วนผสม และวิธีทำตามนี้เลยค่า
สปันจ์เค้ก ส่วนผสมสำหรับ 3 ปอนด์ (สูตรและวิธีลอกมาจากคุณแหม่ม Tiara ^_^)
วิธีทำ
ส่วนผสมหน้าส้ม
วิธีกวนหน้าส้ม
ข้างล่างนี่เป็นรูปเค้กที่อบเสร็จแล้ว ราดหน้าส้มแล้วจ้ะ
วันนี้ราดหน้าส้มได้สวยเป็นพิเศษ ส้มกลีบสวยๆนี่แม่ช่วยปอกให้ ^^
เค้กขนาดสามปอนด์ แบ่งได้สิบสองชิ้น
เห็นชัดเลยว่าชั้นบนฟูดีแต่ชั้นล่างเนื้อแน่น ฮือๆ T_T ฝากไว้ก่อน จะกลับมาแก้มือครั้งหน้า >_<!
Posted by: piyananv on: May 9, 2011
เค้กส้มในตำนาน Legendary Orange Cake
สืบเนื่องมาจากได้อ่านกิตติศัพท์ความอร่อยของเค้กนี้มาจากกระทู้ใน PANTIP มากมายจนมีผู้ขนานนามว่า ‘เค้กส้มในตำนาน’ ลองอ่านๆที่มาจากกระทู้ต่างๆได้ความว่าตัวเค้กสปันจ์นั้นเป็นสูตรของคุณแหม่ม Tiara ส่วนหน้าส้มเป็นสูตรของคุณจอย Jonuu เค้กนี้เป็นที่ร่ำลือว่าเนื้อนุ่มชุ่มเนย บางท่านถึงกับประกาศว่าจอมยุทธ์ท่านใดเมื่อได้อบสำเร็จเองแล้ว ท่านจะลืมเค้กดัง ‘ต้นกก’ แห่งสามย่านไปในบัดดล
ฮึ่ยยย คิดในใจว่าอย่างนี้มันต้องพิสูจน์
อบครั้งแรก ใช้วิธีผสมขั้นตอนเดียวตาม blog ของคุณวรรณ แมวอ้วน ผลออกมา เค้กไม่ค่อยฟูเท่าที่ควร ตามสูตรคุณแมวอ้วนเธอว่าถ้าตีเค้กได้ขึ้นฟูถูกต้องจะอบได้สามปอนด์ แต่ของอิชั้นเทได้แค่พิมพ์สองปอนด์เองอ่ะค่า อบเสร็จออกมาก็สุกทั่วดี แต่ออกอาการฟูไม่สม่ำเสมอ ฟูบ้างแฟบบ้างบางพื้นที่ L แต่หน้าตาและรสชาติโดยรวมก็โอเคเลย คุณนุท(น้องสาว)บอกว่า ‘หน้าส้มอร่อยดี แต่ตัวเค้กยังสู้ต้นกกไม่ได้’
อบครั้งที่สอง เริ่มอยากมี Creativity เปลี่ยนไปอบ soft cheese cake สูตรจากคุณวรรณแมวอ้วนเช่นเคย ตัวเนื้อเค้กเกือบเหมือนสปันจ์ส้มที่อบครั้งแรก แต่เพิ่ม cream cheese 100g ใส่ลงไปด้วย แล้วอบใส่ถ้วย cup cake เล็กๆ แต่คราวนี้เกิดโศกนาฎกรรมเค้กไม่ฟู ตียังไงก็ไม่ฟู ไม่ฟู ไม่ฟู แงๆๆๆ สองจิตสองใจว่าควรจะเทส่วนผสมทิ้งไปเลยดีหรือเสี่ยงอบดูดี แต่ด้วยความงกอิชั้นก็เทอิที่เหลวๆลงถ้วยอบดูในที่สุด ปรากฏว่า แฟบ แฟบ แฟบ…
อบครั้งที่สาม หลังจากนั่งเสียความมั่นใจไปครึ่งวันจากการอบครั้งที่สอง ก็ลุกขึ้นมาสู้ใหม่ นั่งอ่านทบทวนวิธีการจากกระทู้ต่างๆที่ท่านผู้รู้โพสไว้ใน Pantip และก็ค้นพบวิธีการผสมอีกแบบจากคุณวรรณ (อีกละ คือกลายเป็นแฟน blog ‘a little catz’ ไปเสียแล้ว) โดยตีน้ำ นม ไข่ น้ำตาลให้ขึ้นฟูก่อน แล้วจึงใส่แป้ง และใส่เนยละลาย ตอนตีไข่ก่อนใส่แป้งก็ฟูฟู๊ฟูดีอยู่หรอก แต่พอใส่แป้งไหงมันฟีบลงไปเรื่อย แต่อบออกมาก็นุ่มฟูดี ครั้งนี้เค้กฟูกว่าครั้งแรก สไลด์ได้สามชั้นแต่ส่วนใกล้ๆฐานเค้กยังมีมองเห็นว่าไม่ฟูอยู่เล็กน้อย เอาแบ่งบ้านแม่ บ้านอาม่าให้ชิมกันถ้วนทั่ว คนชิมล้วนชมเชย คนทำหน้าบาน ^ ^
อบครั้งที่สี่ หันกลับมาลอง Cup cake อีกครา (ไม่เข็ด) คราวนี้ตีไข่กับน้ำกับน้ำตาลก็ขึ้นฟูดี ใสแป้งแล้วก็ยังดูดีอยู่ แต่พอใส่เนยละลายกะ cream cheese เท่านั้นแหล่ะ เหลวไม่เป็นท่าอีกแล้ว ฮ่วย! อิช้านทำไรผิดเนี่ย (-“-!) แต่ก็ยังจะดันทุรังเอาเข้าไปอบ ออกมาก็ แฟบ แฟบ แฟบ ติดก้นพิมพ์อะเกน ฮือๆๆ
อบครั้งที่ห้า หลังจากหลบไปเลียแผลอยู่อีกครึ่งวัน พร้อมกับอ่านๆๆ blog ของคุณแหม่ม Tiara เจ้าของสูตรเค้กนี้ ก็ได้เคล็ดวิชาการตีเค้กเพิ่มขึ้น โชคดีที่เครื่องตีของคุณแหม่มเป็น Kitchen Aid รุ่นเดียวกันเปี๊ยบเลย ก็เลยย้ายค่ายมาเรียนวิชาจาก Blog คุณแหม่ม Tiara แทน อ่านเสร็จแจ้นออกไปซื้อไข่ใหม่บัดเดี๋ยวนั้น เลือกที่ใหม่โคตรๆ วิธีตีก็ทำตามลำดับที่คุณแหม่มอธิบายใน Blog ใช้ speed เครื่องเร็วสุดแค่ 6 (จากเดิมตีสูงใช้ speed 10 แน่ะ) เค้กตีออกมาฟูดีมาก ไม่มียุบ ใส่นม ใส่เนย ยังไงก็ไม่ยุบ ฮ่าๆๆ วิธีเค้าดีจริง ตอนนี้ตัวเค้กเก็บไว้ในตู้เย็น จะกลับไปทำหน้าส้มมาราดเย็นนี้แหล่ะจ้า
เฮ่อ ช่างเป็นเค้กที่เอาใจยากจริงๆเชียว ผู้รู้บางท่านในPantip ท่านว่าให้จุดธูปไหว้ Kitchen Aid กะไหว้เตาอบก่อนทุกครั้งไป (555) ไอ้ที่อบครั้งสุดท้ายนี้ก็ยังไม่พอใจร้อยเปอร์เซนต์นะเนี่ยเพราะQCแล้วเจอว่าก้นเค้กยังมีเนื้อเป็นไตแข็งๆอยู่บ้าง แต่ไม่เป็นไรน่า ตอนนี้สอบผ่านวิชาตีเค้กฟูแล้ว วันหน้าค่อยฝึกวิทยายุทธ์กำจัดไตกันต่อไป แล้วจะเอาวิธีทำและรูปมาลงใน blog หน้าเน่อ (^ ^)Y
ขอได้รับความขอบคุณมากๆจาก
คุณวรรณ แมวอ้วน http://alittlecatz.wordpress.com/
คุณแหม่ม Tiara http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tiara
ปล. ชอบคอมเม้นท์ข้างล่างนี้มากๆ ขออนุญาตcopyเอาภาพมาลงนะคะ ก๊ากๆๆ
อันนี้นะ หญิงแม่นะ ขอบอกว่าเป็นเรื่อง ไสยศาสตร์ล้วน ๆ ทำเหมือนกันทุกสิ่งอย่าง ไข่นะยังแพ็คเดียวกันเลย แล้วขอโทษนะทำต่อกันเลย อันแรกไม่เจ๊ง อันที่สองเจ๊ง เออเจริญแบบว่าโมโหมากกกกกกกกกกกกกกกกก
สิ่งเดียวที่หญิงแม่แนะนำได้คือ ต้องดูว่าเป็นวันธงไชยตามตำราจีนหรือเปล่า แล้วเป็นวันที่เราไม่ถูกกับอะไร ใส่เสื้อสีอะไรตอนทำ
คือไม่เชื่ออย่าหลบลู่ เพราะเจอกับตัวเองเหมือนกัน
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน น่ากลัวมากกกกกกกกกกก
จากคุณ : หญิงแม่
– [ 19 ม.ค. 52 09:58:10 ]
ของเค้าแรงจริง ตอนทำครั้งแรกเป็นไตสามลูกติดกันเลย เกิดอาการท้อมากถึงมากที่สุด หลังๆก็แอบมีไตบ้างแต่ถ้าวันไหนมือขึ้นก็จะเนื้อเนียนสวยเชียว
สปันจ์มันเป็นเค้กปราบเซียนแต่ถ้ารู้มือกันก็จะสบายเลย สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากๆคือเรื่องอุณหภูมิ เนยละลายต้องไม่เย็นหรือร้อนจนเกินไป ความร้อนในเตาอบก็เช่นเดียวกันถ้าร้อนไม่พอเนยก็มีสิทธิ์นอนก้นได้ ลองทำสักสามสี่ครั้งคงคุมไฟในเตาได้ดีขึ้น
วิธีของเพื่อนๆหลายคนในห้องก้นครัวก็น่าจะเป็นวีธีที่ดีที่น่าจะนำไปลอง เพราะสปันจ์มีวิธีในการตีมากถึง 11 แบบ แต่ละแบบจะให้เนื้อเค้กที่ได้ต่างกันออกไป สูตรปราบเซียนที่ทำกันจะให้เนื้อเค้กที่ค่อนข้างนุ่มแต่มีปัญหาที่ทำแล้วเค้กชอบเป็นโรคไต
เราไปได้วิธีการตีสปันจ์ในบ้านแม่เจเจ แต่ก่อนเค้กก็เป็นโรคไตเหมือนกัน มากน้อยขึ้นอยู่กับเวรกับกรรม…แต่ตอนนี้ไม่มีเลย
วิธีการทำก็คือส่วนผสมทั้งหมดยกเว้นเนยละลายตีให้เข้ากันด้วยความเร็วสูงสุดจนข้นขาว ถ้าลองเขียนเป็นเลขแปดแล้วมันอยู่ตัวแสดงว่าใช้ได้แล้ว แล้วจึงใส่เนยละลายลงไปตีด้วยความเร็วต่ำประมาณหนึ่งนาที แล้วเปลี่ยนไปใช้ความเร็วสูงสุดสิบห้าวินาที เราตีด้วยความเร็วต่ำอีกสักครู่เพื่อไล่ฟองอากาศแล้วก็เทใส่พิมพ์เอาเข้าอบได้เลย
วีธีนี้ใช้กับสปันจ์สูตรที่ชอบได้ทุกสูตร ปรับได้นิดหน่อยตามความถนัดของแต่ละบุคคล แต่ก่อนตีสปันจ์ไข่สามฟองเป็นไตแหลกลาน แต่ตอนนี้ไข่สิบห้าฟองยังยิ้มได้เลย สำคัญที่เนยและไฟต้องร้อนนั่นแหละ..ขอให้โชคดี
จากคุณ : อ้วนดำตาเหล่!!
– [ 20 ม.ค. 52 05:20:46 ]
สงสัยเจ้าของสูตรจะแรง อาถรรพ์เยอะ ต้องเรียกว่าสูตร “ล่อ (ใจ) ให้ยากแล้วจากไป” เพราะทำครั้งแรกดี ครั้งต่อไปเสีย ^^”
ตัวเองทำวันดีคืนดีก็เป็นเหมือนกันค่า เหมือนมันจะทดสอบความอดทนน่ะ ต้องใจเย็นมากๆ เลยเวลาตีส่วนผสม การสังเกตด้วยประสบการณ์จะบอกได้ว่าส่วนผสมขนาดนี้โอเคมั๊ย ต้องลองทำลองเสียมันไปเรื่อยๆ ค่ะ
^
^
^
ช่างพูดจาไม่มีความรับผิดชอบ…
Recent Comments