Saturday Project

อันนี้เป็นคุกกี้เพื่อสุขภาพสำหรับคนที่บ้านโดยเฉพาะ ^^

กว่าจะได้สูตรที่ถูกใจนี้ก็ค้นหาอยู่นานพอควร โจทย์คืออยากได้คุกกี้ที่ใส่พวกธัญญพืช ใส่ผลไม้แห้ง หอมเนยเยอะๆ และก็ไม่หวานมาก เทียบไปเทียบมาหลายๆสูตรจาก Internet ก็มาลงเอยที่สูตรของคุณ David แห่ง http://www.davidlebovitz.com

ลิ้งค์ตามนี้เลย http://www.davidlebovitz.com/2010/10/oatmeal-raisin-cookies-recipe-flour/

ส่วนประกอบและวิธีทำก็ตามนี้จ้า

เนย 225 g
น้ำตาลทราย 150 g (ลดน้ำตาลลงได้ถ้าไม่ชอบหวาน)
นำ้ตาลทรายแดง 200 g (ลดน้ำตาลลงได้ถ้าไม่ชอบหวาน)
ไข่ไก่เบอร์ศูนย์ 2 ฟอง
แป้งอเนกประสงค์ 245 g
เบคกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
เกลือ 1 ช้อนชา
ผง nutmeg 1/4 ช้อนชา (optional)
ผง cinnamon 1 ช้อนชา (optional)
rolled oat 175 g
ผลไม้แห้งหั่นชิ้นเล็กๆ 240 g

วิธีทำ

1. วอร์มเตา 180 C ตีเนยที่นิ่มแล้วกับน้ำตาลจนขึ้นฟูเบา (ประมาณ  5 นาที)

2. ร่อนแป้ง เบคกิ้งโซดา เกลือ nutmeg และ cinnamon ในอ่างผสมอีกใบ ใส่ข้าวโอ๊ตและผลไม้แห้งลงผสม ใช้พายยางคนให้ส่วนผสมของแห้งเข้ากันดี

3. ใส่ไข่ลงในส่วนผสมของเหลวทีละฟอง ตีให้เข้ากันก่อนแล้วจึงใส่ไข่ใบต่อไป เมื่อส่่วนผสมเนยและไข่เข้ากันดีแล้ว จึงนำส่วนของแห้งมาผสมลงในของเหลว ใช้ความเร็วต่ำตีพอให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน

4. นำ batter ที่ตีได้เข้าแช่ช่อง freezer สักครู่ (ครึ่งชั่วโมง)

5. เมื่อจะอบตัก dough เป็นก้อนกลมขนาดเล็กใหญ่ตามชอบเรียงบนถาดที่ปูกระดาษไขไว้ ควรเรียง dough ให้เว้นระยะห่างกันเล็กน้อยเพื่อป้องกันคุกกี้แผ่ออกติดกัน ถ้าชอบคุกกี้แบบบางให้ใช้มือกด dough ให้แบนลงเล็กน้อย

6. อบเป็นเวลา 20-22 นาที หรือจนกระทั่งคุกกี้สุกเป็นสีน้ำตาลด้านบน แต่ต้องระวังอย่าให้สุกเกินไป

7. นำออกจากเตา ทิ้งให้เย็นสนิท เก็บในภาชนะที่ปิดสนิท

น้ำตาลทรายขาวเจอน้ำตาลทรายแดง

อันนี้ rolled oat และแป้ง

แอบใส่เม็ดมะม่วงเพิ่มเองด้วย แต่อบเกรียมไปหน่อย T_T

วันนี้ใช้แค่ hand-held mixer

สุดท้ายใส่ผลไม้แห้ง ใช้พายยางคนให้เข้ากันก็พอ

ใช้ช้อนตัก dough เป็นก้อนกลมๆ คลุก rolled oat ให้ติดผิวคุกกี้เพื่อความสวยงาม ^^

เรียงลงถาด จัดแถว เว้นระยะพองาม

รอขนมสุกอย่างใจจดใจจ่อ น้องหมาจับเวลาบอกเหลืออีกห้านาที

สุกแล้ว สุกแล้ว

Awww….

สวยด้วย อร่อยด้วย ขนาดเป็นคนไม่ปลื้ม oatmeal ซักเท่าไหร่

ลากันด้วยภาพนี้เลยละกันนะ บั๊บบายค้าบ

เมนูนี้สืบเนื่องมาจากอยากใช้น้ำพริกเผาที่มีเหลือค้างๆอยู่ในตู้เย็น เลยลองปรึกษา Google ดูว่ามีสูตรอาหารอะไรง่ายๆน่าสนใจมั๊ย ก็ไปเจอเมนูนี้ใน website ของแม่สลิ่ม “ข้าวผัดน้ำพริกเผากุ้งเสียบไข่เค็ม”

อืมมม แค่ชื่อก็ดูดีแล้วอ่ะ ของในบ้านก็มีเกืิอบครบ ขาดแต่กุ้งเสียบ ไม่เป็นไรหาเนื้อสัตว์อื่นใส่แทนละกัน

  • เริ่มจากข้าวสวยประมาณพอกินสองคน ตักน้ำพริกเผาสองช้อนใส่ถ้วยเล็กๆไว้
  • สับกระเทียมขยุ้มนึง หอมหัวใหญ่ซักครึ่งหัวหั่นเส้นยาวๆ พริกขี้หนูซอยมากน้อยตามชอบ
  • ไข่เค็มฟองนึงหั่นชิ้นเล็กๆ เนื้อเค็มหั่นชิ้นเล็กใส่ถ้วยไว้ (อันนี้ใส่แทนกุ้งเสียบ)
  • มะนาวหั่นเสี้ยว ไว้บีบใส่ข้าวผัด
พร้อมแล้วก็ลงมือผัดได้เลยโดยเอาน้ำมันใส่กระทะนิดหน่อย เอากระเทียมลง หอมใหญ่ลง ผัดพอหอม ใส่น้ำพริกเผาลงไปยีๆในกระทะ ตามด้วยเนื้อเค็ม แล้วก็ข้าวสวย ผัดๆคลุกๆให้ข้าวกระจายทั่วเข้ากับน้ำพริกเผาและเครื่อง สุดท้ายใส่ไข่เค็มและพริกขี้หนู ปรุงรสด้วยซีอิ้ว น้ำปลา น้ำตาล ตามชอบ
จากนั้นตักใส่จาน เสริฟพร้อมมะนาวเสี้ยว
^ ^ ฮื่อ อร่อยใช้ได้ทีเดียว ขอบอก

บทสนทนาทางโทรศัพท์เย็นวันศุกร์

แม่: หนูจะมาทำเค้กบ้านแม่อาทิตย์นี้มั๊ย

ปิยนันท์: ไปก็ได้แม่

แม่: นี่ๆหนูทำเค้กฝอยทองสิ แม่ได้ฝอยทองมา แล้วแม่ลองดูใน Google เห็นมีสูตรเค้กฝอยทองด้วย น่ากิ๊นน่ากิน (น้ำเสียงกระตือรือล้น)

ปิยนันท์: เค้กฝอยทองมันหวานอ่ะแม่ ไม่อยากกินหวานมาก 😦

แม่: น่าๆทำดูหน่อยน่า เดี๋ยวนี้เห็นหนูทำเค้กเก่งจะตาย

ปิยนันท์: (คิดในใจ….ชิ ทำเป็นมาชม) ก็ได้ก็ได้

แม่: ดีดีดี แม่เก็บฝอยทองไว้ในตู้เย็นนะ อยู่ในกล่อง มาแล้วก็มาหาดูนะ แม่จะไม่อยู่จะพาอาม่าไปหาหมอ

ปิยนันท์: อ๊าาา ตัวเองไม่อยู่จะปล่อยเค้าทำคนเดียวเหรอ      T_T

ที่มาของเค้กฝอยทองที่เอามาโพสวันนี้ก็เป็นเช่นนี้เอง -_-“

หลังจาก search หาสูตรที่น่าสนใจในเว็บก็มาเจอเว็บนี้ค่ะ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=febie&month=01-2011&date=12&group=30&gblog=32

ซึ่งท่านเจ้าของblogคุณFebieก็นำสูตรมาจากคุณยุ้ย ความรักทำให้โลกอ่อนหวานอีกที blog นี้ค่ะ

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=tablet&date=26-01-2008&group=9&gblog=5

ส่วนผสมและวิธีทำ (ขอลอกจาก blog คุณ Febie มาเลยนะคะ)

ใช้ฝอยทอง 200-250 กรัม

ส่วนที่ (1)

แป้งเค้ก 90 กรัม, ผงฟู 1 1/4 ชช, นมผง 1 1/4 ชต, เกลือ 1/4 ชช, น้ำตาลทราย 50 กรัม

ส่วนที่ (2)

ไข่แดง 3 ฟอง, น้ำมันพืช 45 กรัม, นมหรือกะทิ 60 กรัม

ส่วนที่ (3)

ไข่ขาว 3 ฟอง, วนิลา 1 ชช, cream of tar tar 1/4 ชช, น้ำตาลทราย 50 กรัม

วิธีทำ

  1. รองกระดาษไขก้นพิมพ์ 8” หรือ 8 ½” ไม่ต้องทาไขมัน วอร์มเตาอบ 180C
  2. ปูฝอยทอง ไว้ก้นถาด เรียงให้หนาเท่ากัน กดให้แน่นนิดนึง
  3. ส่วนที่ (1) ร่อนรวมกันทำหลุมไว้ตรงกลางอ่าง ส่วนที่ (2) คนเข้ากันแล้วนำไปเทลงในบ่อส่วนที่ (1) คนด้วยตะกร้อมือพอเข้ากัน
  4. เอาไข่ขาวใส่อ่าง ใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ ตีพอเป็นฟองหยาบคล้ายฟองสบู่
  5. ตีต่อด้วยความเร็วสูง ทยอยใส่น้ำตาลทีละน้อนจนหมด ตีจนตั้งยอดอ่อนเหมือนครีมโกนหนวด
  6. นำส่วนไข่ขาวไปโฟลเข้ากับส่วนผสมแรก แบ่งโฟลซัก3 รอบ
  7. เมื่อส่วนผสมเข้ากันดี เทใส่พิมพ์ที่รองฝอยทองไว้วางถาดลงในถาดใส่น้ำ( water bath ) อบ 30-35 นาที จนสุก
  8. พอเย็น คว่ำใส่จาน ตัดเป็นชิ้น
ฝอยทองเจ้าอร่อย แม่เก็บไว้ให้ในกล่อง Tupperware
ใช้ส้อมสางๆยีๆให้ก้อนฝอยทองคลายตัวออกมาฟูๆ
เรียงแผ่เส้นฝอยทองที่ก้นพิมพ์
ใช้หลังช้อนช่วยกดๆให้แน่นหน่อย แต่อย่าแน่นมากนะคะ มันจะไม่สวย
อันนี้ขอตัดภาพมาตอนสำเร็จแล้วเลย ตอนผสมแป้งไม่ได้ถ่ายทำอ่ะค่ะ มันชุลมุนเกิ๊นน
ตัดแบ่งแจกมิตรรักแฟนเพลง
ตัวคนทำก็ได้ชิมกะเค้าชิ้นนึงค่ะ อร่อย หวาน >_< เอื๊อก กินแล้วต้องรีบไปจ๊อกกิ้งนิดนึงนะ

อบเค้กนู้นนี้นั้นมาซักพัก จะขาดเค้กยอดฮิตก็กระไรอยู่ เลยขอลองอบเค้กหน้านิ่มกะเค้ามั่ง เอาสูตรมาจากใน Pantip เช่นเคย ขอยกเครดิตให้กับต้นตอเจ้าของสูตรค่ะ คือคุณเชฟอุ๋มอิ๋มผู้ใจดีแบ่งปันสูตรขนมเค้กอร่อยๆให้ทุกคนนำไปลองทำอย่างไม่หวงแหน ส่วนตัวแล้วรู้จักเค้กนี้เป็นครั้งแรกเมื่อสิบปีที่แล้ว (ฟังดูนานมากแก่มากเรา) เป็นเค้กช็อคหน้านิ่มอันลือชื่อของร้านกัลปพฤกษ์ อูยยย เค้กอะไรอร๊อยอร่อย แต่ราคาก็หนักหนาเอาการ เค้กเสี้ยวนึง 50 บาท o_0 ซึ่งตอนนี้ไม่รู้ราคาขึ้นเป็นเท่าไหร่ไปแล้ว หลังจากนั้นก็เริ่มมีเบเกอรี่อื่นเกาะกระแสเค้กช็อคหน้านิ่มทำออกมาวางขายบ้าง รสชาติแม้ไม่เหมือนกับของกัลปพฤกษ์แต่ก็อร่อยในแบบฉบับของตนเอง เช่นเค้กโบว์ซึ่งราคายุติธรรมกว่ากันมาก (เป็นคนเน้น Value for money มาก หรือขี้เหนียวนั่นเอง เอิ๊กๆ) เอาเป็นว่าเค้กช็อคหน้านิ่มสูตรคุณเชฟอุ๋มอิ๋มนี้อร่อยมากเลยค่ะ ไม่แพ้ที่เค้าขายๆกันอยู่เลย

ต้นฉบับมาจาก Link นี้เลยค้าบ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sweetheart-bakery&month=06-2006&group=2&date=22&blog=1

ส่วนผสมตัวเค้ก (สำหรับพิมพ์เค้ก 8” หนึ่งก้อน)

ส่วนผสม (1)

แป้งเค้ก 80 กรัม, ผงฟู ¼ ชช, เบคกิ้งโซดา 1/2 ชช, เกลิอป่น 1/4 ชช, ผงโกโก้ 25 กรัม, น้ำตาลทราย 80-90 กรัม

ส่วนผสม (2)

น้ำ 50 กรัม, นมข้นจืด 25 กรัม, น้ำมะนาว 1 ชช, น้ำมันพืช 65 กรัม, ไข่แดง 2 ฟอง, วนิลลา 1 ชช

ส่วนผสม (3)

ไข่ขาว 2 ฟอง, น้ำตาลทราย 45 กรัม, ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ชช

วิธีทำตัวเค้ก

  1. เปิดเตาอบวอร์ม 180C เตรียมพิมพ์ 8” ปูกระดาษไข ไม่ต้องทาไขมัน
  2. ร่อนส่วนผสม (1) สองรอบ ทำบ่อตรงกลางอ่าง
  3. นำส่วนผสม (2) เทลงในบ่อแป้ง ใช้ตะกร้อมือคนพอเข้ากัน พักไว้
  4. นำไข่ขาว+ครีมออฟทารณทาร์ใส่โถตี ตีจนขึ้นฟองหยาบๆจึงใส่น้ำตาล
  5. ตีความเร็วสูงจนไข่ขาวตั้งยอดกลาง
  6. นำส่วนผสมไข่ขาวมาตะล่อมกับส่วนผสมแป้ง+ไข่แดง ใช้ตะกร้อมือตะล่อมให้เข้ากันอย่างเบามือ
  7. เทใส่พิมพ์ อบ25-30นาที

ส่วนผสมหน้านิ่ม

**ปริมาณนี้คุณเชฟอุ๋มอิ๋มให้ไว้สำหรับราดเค้กได้สองก้อน แต่จากหลากหลายเสียงในห้องก้นครัวบอกชอบหน้านิ่มหนาๆและใช้ปริมาณเท่านี้แหล่ะสำหรับเค้กเพียงหนึ่งก้อน (สไลด์เค้กสามชั้น ปาดหน้านิ่มระหว่างชั้น และราดชั้นบนสุดหนาพิเศษ) ส่วนตัวผู้เขียนพบว่าควรทอนส่วนผสมข้างล่างนี้ลงสัก 1/3 ค่ะ เพราะราดสำหรับเค้กก้อนเดียวดูแล้วหน้านิ่มยังเหลือเยอะ เลยเก็บใส่ไว้เป็นคัสตาร์ดรสโกโก้เอาไว้ทาขนมปังได้ค่ะ

ส่วนผสม (1)

ผงวุ้น 1 ชช (หรือผงเจลาติน 1 ชต แทน), น้ำ 300 กรัม, นมข้นจืด 200 กรัม, น้ำตาลทราย 180-200 กรัม, โกโก้ 50 กรัม

ส่วนผสม (2)

แป้งข้าวโพด 40 กรัม, นมข้นจืด 150 กรัม

ส่วนผสม (3)

เนยสด 150 กรัม, เหล้ารัม 1 ชต (optional)

วิธิทำหน้านิ่ม

  1. นำส่วนผสม (1) ตั้งไฟ คนให้เดือดให้วุ้นหรือเจลาตินละลาย
  2. คนแป้งข้าวโพดให้ละลายในนมข้นจืด
  3. ใส่ส่วนผสมแป้งข้าวโพดในส่วนผสม (1) คนตลอดเวลา
  4. กวนให้พอข้นตึงมือจึงใส่เนยและเหล้ารัม

วิธีประกอบร่าง

  1. สไลด์เค้กเป็นสองชั้น (หรือสามชั้น)
  2. ราดหน้านิ่มบนชั้นที่หนึ่ง ใช้พายยางช่วยปาดเกลี่ยให้ทั่วได้
  3. วางเค้กชั้นที่สองทับชั้นแรก กดด้วยมือเบาๆทั่วๆให้เค้กชั้นบนติดอยู่ตัวกับหน้านิ่มที่ปาดไว้
  4. ราดหน้านิ่มชั้นบนสุดโดยการยกหม้อสูงๆราดซ็อคโกแลตลงตรงกลางเค้กให้มันไหลคลุมทั่วหน้าเค้กเอง หน้าช็อดโกแลตจะไหลลงไปด้านข้างด้วยแตะอาจจะไม่ทั่ว ให้ใช้พายยางช่วยเก็บความเรียบร้อยด้านข้างขอบเค้ก
  5. ทิ้งให้เซ็ตตัวในตู้เย็นหนึ่งชั่วโมง

ไม่มีรูปตอนวิธีทำนะคะเพราะตั้งใจทำกลัวไม่มีสมาธิ แหะๆ มีแต่รูปตอนสำเร็จแล้วจ้ะ

ปลาบปลื้มกะตัวเองมากอ่ะ อบออกมาได้สวยงาม เนื้อนุ๊มนุ่ม ^^

ตัดเป็นชิ้นๆ เตรียมแจกจ่ายญาติโยม

รูปสุดท้าย แถมกาแฟหนึ่งแก้วให้กินกับเค้กด้วย

Been a year and two months since I moved in here, living with Ae in new house. I’d barely cooked thank to P’ Yupin, our ex-housemaid. I think she just love love cooking and we just love love every dishes she had cooked for us, three meals a day. Lucky me! Since P’Yupin is incharge of main courses related task, I then turn my interest to baking pastry lately. Anyhow, Ae has introduced me to a blog called “A Hamburger Today”, and he is a big fan of this blog. There are tons of Hamburger recipes, Tips, and reviews of Hamburger shops all over the US. I scrolled from page to page to see a lot of mouth-watering Hamburger photos, and this is what i picked — > http://www.seriouseats.com/recipes/2010/05/ultra-crispy-burgers-recipe.html by J. Kenji Lopez-Alt

It’s very easy. Just add some salt, pepper, sage powder, and Worcester sauce to fresh ground beef. Mix all with your hand, and then form it into patties. See? I’d never known before that making patty is so so simple like that.

Bon Appetite!

Hamburger Bun

Pickle

Salad

All in one plate

Japanese tofu soup

Ps 1) I don’t use to eat rare or medium-rare beef, so I over-cooked mine a little bit. And it was great!

Ps 2) If you are not a beef eater, you can substitute it with ground pork here. Still taste great, I believe.

Tue Aug 31, 2010: – Khao-soi and Plernwan

We headed back to BKK on Tue. Before leaving Villa Maroc, we enjoy taking photos around the resort. I really love the decoration here.

Twin yellow buildings

Moroccan-style bath tub

Beautiful tile. Love it!

The Pool

So pink!

Very last shot before leaving

On the way back to BKK., we stopped by for lunch in Hua-hin. I found this small restaurant from a guide book, famous for its Northern style dishes; Khao-soi and ขนมจีนน้ำเงี้ยว. Very tasty! Will definitely come back.

Ae with Khao-soi-nue

Me ordered Northern style "Kanom-jeen" ขนมจีนน้ำเงี้ยว

Then we stopped again at “Plernwan”. I’d never been here before. It’s the new must-go spot in Hua-hin. It’s a vintage village recaptured the old classic charm of Hua-hin in the past.

Vintage candy

Old-style real "Photo Shop"

On-the-bench selfie

Ae in front of the โรงรับจำนำ

Last shot with the sign

Then we headed straight back to BKK, home sweet home. Yay! Finished. — The end —

Mon Aug 30, 2010: Episode II – Swim, run, read, then eat!

We started our day with great meal. Breakfast buffet at Villa Maroc is superb. Various kinds of food including breads, toast, salad, Thai dishes, Japanese dishes, and Moroccan-style food; like yogurt and dried fruits.

Salad (90% gone)

Croissant and Noutella

Eggs benedict

Tea for two

For the rest of the day, we had a good time relaxing.

The Pool

Walking back to our villa after morning work-out

Catchy hanging sign

Room key

Lonely wooden bench