Saturday Project

Archive for the ‘Baking’ Category

อันนี้เป็นคุกกี้เพื่อสุขภาพสำหรับคนที่บ้านโดยเฉพาะ ^^

กว่าจะได้สูตรที่ถูกใจนี้ก็ค้นหาอยู่นานพอควร โจทย์คืออยากได้คุกกี้ที่ใส่พวกธัญญพืช ใส่ผลไม้แห้ง หอมเนยเยอะๆ และก็ไม่หวานมาก เทียบไปเทียบมาหลายๆสูตรจาก Internet ก็มาลงเอยที่สูตรของคุณ David แห่ง http://www.davidlebovitz.com

ลิ้งค์ตามนี้เลย http://www.davidlebovitz.com/2010/10/oatmeal-raisin-cookies-recipe-flour/

ส่วนประกอบและวิธีทำก็ตามนี้จ้า

เนย 225 g
น้ำตาลทราย 150 g (ลดน้ำตาลลงได้ถ้าไม่ชอบหวาน)
นำ้ตาลทรายแดง 200 g (ลดน้ำตาลลงได้ถ้าไม่ชอบหวาน)
ไข่ไก่เบอร์ศูนย์ 2 ฟอง
แป้งอเนกประสงค์ 245 g
เบคกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
เกลือ 1 ช้อนชา
ผง nutmeg 1/4 ช้อนชา (optional)
ผง cinnamon 1 ช้อนชา (optional)
rolled oat 175 g
ผลไม้แห้งหั่นชิ้นเล็กๆ 240 g

วิธีทำ

1. วอร์มเตา 180 C ตีเนยที่นิ่มแล้วกับน้ำตาลจนขึ้นฟูเบา (ประมาณ  5 นาที)

2. ร่อนแป้ง เบคกิ้งโซดา เกลือ nutmeg และ cinnamon ในอ่างผสมอีกใบ ใส่ข้าวโอ๊ตและผลไม้แห้งลงผสม ใช้พายยางคนให้ส่วนผสมของแห้งเข้ากันดี

3. ใส่ไข่ลงในส่วนผสมของเหลวทีละฟอง ตีให้เข้ากันก่อนแล้วจึงใส่ไข่ใบต่อไป เมื่อส่่วนผสมเนยและไข่เข้ากันดีแล้ว จึงนำส่วนของแห้งมาผสมลงในของเหลว ใช้ความเร็วต่ำตีพอให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน

4. นำ batter ที่ตีได้เข้าแช่ช่อง freezer สักครู่ (ครึ่งชั่วโมง)

5. เมื่อจะอบตัก dough เป็นก้อนกลมขนาดเล็กใหญ่ตามชอบเรียงบนถาดที่ปูกระดาษไขไว้ ควรเรียง dough ให้เว้นระยะห่างกันเล็กน้อยเพื่อป้องกันคุกกี้แผ่ออกติดกัน ถ้าชอบคุกกี้แบบบางให้ใช้มือกด dough ให้แบนลงเล็กน้อย

6. อบเป็นเวลา 20-22 นาที หรือจนกระทั่งคุกกี้สุกเป็นสีน้ำตาลด้านบน แต่ต้องระวังอย่าให้สุกเกินไป

7. นำออกจากเตา ทิ้งให้เย็นสนิท เก็บในภาชนะที่ปิดสนิท

น้ำตาลทรายขาวเจอน้ำตาลทรายแดง

อันนี้ rolled oat และแป้ง

แอบใส่เม็ดมะม่วงเพิ่มเองด้วย แต่อบเกรียมไปหน่อย T_T

วันนี้ใช้แค่ hand-held mixer

สุดท้ายใส่ผลไม้แห้ง ใช้พายยางคนให้เข้ากันก็พอ

ใช้ช้อนตัก dough เป็นก้อนกลมๆ คลุก rolled oat ให้ติดผิวคุกกี้เพื่อความสวยงาม ^^

เรียงลงถาด จัดแถว เว้นระยะพองาม

รอขนมสุกอย่างใจจดใจจ่อ น้องหมาจับเวลาบอกเหลืออีกห้านาที

สุกแล้ว สุกแล้ว

Awww….

สวยด้วย อร่อยด้วย ขนาดเป็นคนไม่ปลื้ม oatmeal ซักเท่าไหร่

ลากันด้วยภาพนี้เลยละกันนะ บั๊บบายค้าบ

Advertisements

บทสนทนาทางโทรศัพท์เย็นวันศุกร์

แม่: หนูจะมาทำเค้กบ้านแม่อาทิตย์นี้มั๊ย

ปิยนันท์: ไปก็ได้แม่

แม่: นี่ๆหนูทำเค้กฝอยทองสิ แม่ได้ฝอยทองมา แล้วแม่ลองดูใน Google เห็นมีสูตรเค้กฝอยทองด้วย น่ากิ๊นน่ากิน (น้ำเสียงกระตือรือล้น)

ปิยนันท์: เค้กฝอยทองมันหวานอ่ะแม่ ไม่อยากกินหวานมาก 😦

แม่: น่าๆทำดูหน่อยน่า เดี๋ยวนี้เห็นหนูทำเค้กเก่งจะตาย

ปิยนันท์: (คิดในใจ….ชิ ทำเป็นมาชม) ก็ได้ก็ได้

แม่: ดีดีดี แม่เก็บฝอยทองไว้ในตู้เย็นนะ อยู่ในกล่อง มาแล้วก็มาหาดูนะ แม่จะไม่อยู่จะพาอาม่าไปหาหมอ

ปิยนันท์: อ๊าาา ตัวเองไม่อยู่จะปล่อยเค้าทำคนเดียวเหรอ      T_T

ที่มาของเค้กฝอยทองที่เอามาโพสวันนี้ก็เป็นเช่นนี้เอง -_-“

หลังจาก search หาสูตรที่น่าสนใจในเว็บก็มาเจอเว็บนี้ค่ะ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=febie&month=01-2011&date=12&group=30&gblog=32

ซึ่งท่านเจ้าของblogคุณFebieก็นำสูตรมาจากคุณยุ้ย ความรักทำให้โลกอ่อนหวานอีกที blog นี้ค่ะ

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=tablet&date=26-01-2008&group=9&gblog=5

ส่วนผสมและวิธีทำ (ขอลอกจาก blog คุณ Febie มาเลยนะคะ)

ใช้ฝอยทอง 200-250 กรัม

ส่วนที่ (1)

แป้งเค้ก 90 กรัม, ผงฟู 1 1/4 ชช, นมผง 1 1/4 ชต, เกลือ 1/4 ชช, น้ำตาลทราย 50 กรัม

ส่วนที่ (2)

ไข่แดง 3 ฟอง, น้ำมันพืช 45 กรัม, นมหรือกะทิ 60 กรัม

ส่วนที่ (3)

ไข่ขาว 3 ฟอง, วนิลา 1 ชช, cream of tar tar 1/4 ชช, น้ำตาลทราย 50 กรัม

วิธีทำ

  1. รองกระดาษไขก้นพิมพ์ 8” หรือ 8 ½” ไม่ต้องทาไขมัน วอร์มเตาอบ 180C
  2. ปูฝอยทอง ไว้ก้นถาด เรียงให้หนาเท่ากัน กดให้แน่นนิดนึง
  3. ส่วนที่ (1) ร่อนรวมกันทำหลุมไว้ตรงกลางอ่าง ส่วนที่ (2) คนเข้ากันแล้วนำไปเทลงในบ่อส่วนที่ (1) คนด้วยตะกร้อมือพอเข้ากัน
  4. เอาไข่ขาวใส่อ่าง ใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ ตีพอเป็นฟองหยาบคล้ายฟองสบู่
  5. ตีต่อด้วยความเร็วสูง ทยอยใส่น้ำตาลทีละน้อนจนหมด ตีจนตั้งยอดอ่อนเหมือนครีมโกนหนวด
  6. นำส่วนไข่ขาวไปโฟลเข้ากับส่วนผสมแรก แบ่งโฟลซัก3 รอบ
  7. เมื่อส่วนผสมเข้ากันดี เทใส่พิมพ์ที่รองฝอยทองไว้วางถาดลงในถาดใส่น้ำ( water bath ) อบ 30-35 นาที จนสุก
  8. พอเย็น คว่ำใส่จาน ตัดเป็นชิ้น
ฝอยทองเจ้าอร่อย แม่เก็บไว้ให้ในกล่อง Tupperware
ใช้ส้อมสางๆยีๆให้ก้อนฝอยทองคลายตัวออกมาฟูๆ
เรียงแผ่เส้นฝอยทองที่ก้นพิมพ์
ใช้หลังช้อนช่วยกดๆให้แน่นหน่อย แต่อย่าแน่นมากนะคะ มันจะไม่สวย
อันนี้ขอตัดภาพมาตอนสำเร็จแล้วเลย ตอนผสมแป้งไม่ได้ถ่ายทำอ่ะค่ะ มันชุลมุนเกิ๊นน
ตัดแบ่งแจกมิตรรักแฟนเพลง
ตัวคนทำก็ได้ชิมกะเค้าชิ้นนึงค่ะ อร่อย หวาน >_< เอื๊อก กินแล้วต้องรีบไปจ๊อกกิ้งนิดนึงนะ

อบเค้กนู้นนี้นั้นมาซักพัก จะขาดเค้กยอดฮิตก็กระไรอยู่ เลยขอลองอบเค้กหน้านิ่มกะเค้ามั่ง เอาสูตรมาจากใน Pantip เช่นเคย ขอยกเครดิตให้กับต้นตอเจ้าของสูตรค่ะ คือคุณเชฟอุ๋มอิ๋มผู้ใจดีแบ่งปันสูตรขนมเค้กอร่อยๆให้ทุกคนนำไปลองทำอย่างไม่หวงแหน ส่วนตัวแล้วรู้จักเค้กนี้เป็นครั้งแรกเมื่อสิบปีที่แล้ว (ฟังดูนานมากแก่มากเรา) เป็นเค้กช็อคหน้านิ่มอันลือชื่อของร้านกัลปพฤกษ์ อูยยย เค้กอะไรอร๊อยอร่อย แต่ราคาก็หนักหนาเอาการ เค้กเสี้ยวนึง 50 บาท o_0 ซึ่งตอนนี้ไม่รู้ราคาขึ้นเป็นเท่าไหร่ไปแล้ว หลังจากนั้นก็เริ่มมีเบเกอรี่อื่นเกาะกระแสเค้กช็อคหน้านิ่มทำออกมาวางขายบ้าง รสชาติแม้ไม่เหมือนกับของกัลปพฤกษ์แต่ก็อร่อยในแบบฉบับของตนเอง เช่นเค้กโบว์ซึ่งราคายุติธรรมกว่ากันมาก (เป็นคนเน้น Value for money มาก หรือขี้เหนียวนั่นเอง เอิ๊กๆ) เอาเป็นว่าเค้กช็อคหน้านิ่มสูตรคุณเชฟอุ๋มอิ๋มนี้อร่อยมากเลยค่ะ ไม่แพ้ที่เค้าขายๆกันอยู่เลย

ต้นฉบับมาจาก Link นี้เลยค้าบ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sweetheart-bakery&month=06-2006&group=2&date=22&blog=1

ส่วนผสมตัวเค้ก (สำหรับพิมพ์เค้ก 8” หนึ่งก้อน)

ส่วนผสม (1)

แป้งเค้ก 80 กรัม, ผงฟู ¼ ชช, เบคกิ้งโซดา 1/2 ชช, เกลิอป่น 1/4 ชช, ผงโกโก้ 25 กรัม, น้ำตาลทราย 80-90 กรัม

ส่วนผสม (2)

น้ำ 50 กรัม, นมข้นจืด 25 กรัม, น้ำมะนาว 1 ชช, น้ำมันพืช 65 กรัม, ไข่แดง 2 ฟอง, วนิลลา 1 ชช

ส่วนผสม (3)

ไข่ขาว 2 ฟอง, น้ำตาลทราย 45 กรัม, ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ชช

วิธีทำตัวเค้ก

  1. เปิดเตาอบวอร์ม 180C เตรียมพิมพ์ 8” ปูกระดาษไข ไม่ต้องทาไขมัน
  2. ร่อนส่วนผสม (1) สองรอบ ทำบ่อตรงกลางอ่าง
  3. นำส่วนผสม (2) เทลงในบ่อแป้ง ใช้ตะกร้อมือคนพอเข้ากัน พักไว้
  4. นำไข่ขาว+ครีมออฟทารณทาร์ใส่โถตี ตีจนขึ้นฟองหยาบๆจึงใส่น้ำตาล
  5. ตีความเร็วสูงจนไข่ขาวตั้งยอดกลาง
  6. นำส่วนผสมไข่ขาวมาตะล่อมกับส่วนผสมแป้ง+ไข่แดง ใช้ตะกร้อมือตะล่อมให้เข้ากันอย่างเบามือ
  7. เทใส่พิมพ์ อบ25-30นาที

ส่วนผสมหน้านิ่ม

**ปริมาณนี้คุณเชฟอุ๋มอิ๋มให้ไว้สำหรับราดเค้กได้สองก้อน แต่จากหลากหลายเสียงในห้องก้นครัวบอกชอบหน้านิ่มหนาๆและใช้ปริมาณเท่านี้แหล่ะสำหรับเค้กเพียงหนึ่งก้อน (สไลด์เค้กสามชั้น ปาดหน้านิ่มระหว่างชั้น และราดชั้นบนสุดหนาพิเศษ) ส่วนตัวผู้เขียนพบว่าควรทอนส่วนผสมข้างล่างนี้ลงสัก 1/3 ค่ะ เพราะราดสำหรับเค้กก้อนเดียวดูแล้วหน้านิ่มยังเหลือเยอะ เลยเก็บใส่ไว้เป็นคัสตาร์ดรสโกโก้เอาไว้ทาขนมปังได้ค่ะ

ส่วนผสม (1)

ผงวุ้น 1 ชช (หรือผงเจลาติน 1 ชต แทน), น้ำ 300 กรัม, นมข้นจืด 200 กรัม, น้ำตาลทราย 180-200 กรัม, โกโก้ 50 กรัม

ส่วนผสม (2)

แป้งข้าวโพด 40 กรัม, นมข้นจืด 150 กรัม

ส่วนผสม (3)

เนยสด 150 กรัม, เหล้ารัม 1 ชต (optional)

วิธิทำหน้านิ่ม

  1. นำส่วนผสม (1) ตั้งไฟ คนให้เดือดให้วุ้นหรือเจลาตินละลาย
  2. คนแป้งข้าวโพดให้ละลายในนมข้นจืด
  3. ใส่ส่วนผสมแป้งข้าวโพดในส่วนผสม (1) คนตลอดเวลา
  4. กวนให้พอข้นตึงมือจึงใส่เนยและเหล้ารัม

วิธีประกอบร่าง

  1. สไลด์เค้กเป็นสองชั้น (หรือสามชั้น)
  2. ราดหน้านิ่มบนชั้นที่หนึ่ง ใช้พายยางช่วยปาดเกลี่ยให้ทั่วได้
  3. วางเค้กชั้นที่สองทับชั้นแรก กดด้วยมือเบาๆทั่วๆให้เค้กชั้นบนติดอยู่ตัวกับหน้านิ่มที่ปาดไว้
  4. ราดหน้านิ่มชั้นบนสุดโดยการยกหม้อสูงๆราดซ็อคโกแลตลงตรงกลางเค้กให้มันไหลคลุมทั่วหน้าเค้กเอง หน้าช็อดโกแลตจะไหลลงไปด้านข้างด้วยแตะอาจจะไม่ทั่ว ให้ใช้พายยางช่วยเก็บความเรียบร้อยด้านข้างขอบเค้ก
  5. ทิ้งให้เซ็ตตัวในตู้เย็นหนึ่งชั่วโมง

ไม่มีรูปตอนวิธีทำนะคะเพราะตั้งใจทำกลัวไม่มีสมาธิ แหะๆ มีแต่รูปตอนสำเร็จแล้วจ้ะ

ปลาบปลื้มกะตัวเองมากอ่ะ อบออกมาได้สวยงาม เนื้อนุ๊มนุ่ม ^^

ตัดเป็นชิ้นๆ เตรียมแจกจ่ายญาติโยม

รูปสุดท้าย แถมกาแฟหนึ่งแก้วให้กินกับเค้กด้วย

อันนี้เป็นภาคต่อจาก blog ที่แล้วจ้ะ เนื่องด้วยในวันนั้นอบสปันจ์ทีเดียวสองก้อน ก้อนนึงราดหน้าส้ม อีกก้อนเลยอยากทำหน้าอื่นบ้างเพื่อไม่ให้สมาชิกช่วยชิมเบื่อซะก่อน (ทานแต่เค้กส้มมาหลายอาทิตย์ติด) แล้วก็นึกถึงเค้กมะพร้าวอ่อนของร้าน Sweet peas เค้กเค้าก็เป็นเนื้อสปันจ์ แล้วก็สอดไส้และโปะหน้าด้วยครีมสดโรยข้างบนด้วยกองเนื้อมะพร้าวอ่อนเป็นเส้นๆ โอววว แค่นึกถึงก็เคลิ้มแล้ว ตรูลองทำบ้างดีกว่า

ตัวสปันจ์เค้กวิธีทำเหมือนเค้กส้มใน blog ก่อนหน้านี้เลยจ้ะ — > เค้กส้มภาคสอง

ส่วนหน้าครีมสดมะพร้าวอ่อนมีส่วนผสมและวิธีทำตามนี้เน่อ (ให้เครดิตคุณเช้า จาก chibiasa.exteen.com)

ส่วนผสมสำหรับสอดไส้และแต่งหน้าเค้ก 3 ปอนด์

  • วิปปิ้งครีม 2 ถ้วย
  • ไอซิ่ง 1/2 ถ้วย
  • น้ำมะพร้าวอ่อน 1/3 ถ้วย + 1/4 ถ้วย
  • เจลาติน 2 ช้อนชา (หรือ 2 แผ่นกว่าๆ)

วิธีทำหน้าครีมสดมะพร้าวอ่อน

  1. นำเจลาตินแช่น้ำมะพร้าวให้อิ่มตัวแล้วนำเข้าไมโครเวฟจนเดือดให้เจลาตินละลาย พักไว้ให้เย็นลง
  2. เอาชามอ่าง และตะกร้อตีแช่ช่องแข็งทิ้งไว้ให้เย็นจัด
  3. ตีวิปครีมกับไอซิ่งด้วยความเร็วสูงจนขึ้นฟูข้น (3-5 นาที) ลดสปีดลงและคอยเช็คว่าได้ที่หรือยัง (อยู่ตัว ปาดเป็นทรงได้)
  4. นำส่วนเจลาตินละลายที่เย็นสนิทแล้วค่อยๆเทผสมในวิปครีม Fold ให้เข้ากันอย่างเบามือ

วิธีประกอบ

  1. แบ่งครึ่งเค้ก
  2. ปาดครีมชั้นล่าง โรยเนื้อมะพร้าว
  3. โปะครีมด้านบน ปาดเก็บด้านข้าง โรยเนื้อมะพร้าว

มาดูภาพสำเร็จกันเต๊อะ

Coconut cake_01

รูปนี้ถ่ายจากในตู้เย็น ปาดครีมเสร็จต้องรีบเอาเข้าตู้เย็นทันที

Coconut cake_02

ตัดแล้ว ตัดแล้ว ตื่นเต้นมั่กๆ

Coconut cake_03

หน้าตาดูดีมีสกุลใช่ย่อย ^^Y

Personal baking diary

  • เค้กสปันจ์ยังฟูไม่สม่ำเสมอชั้นบนฟูดี ชั้นล่างเนื้อแน่น –> ลองปรับเรื่องไฟเตาอบ เตาอาจจะร้อนไม่ถึง 180c
  • ใช้Dairy whipping cream อร่อยกว่าแบบ Non-dairy ซึ่งออกรสชาติมันอย่างเดียว แต่แบบ
    Non-dairy จะตีขึ้นฟูและอยู่ทรงมากกว่า
  • ใช้มะพร้าวซัก3 ลูก จะได้มีเนื้อมะพร้าวเยอะขึ้น

กลับมา update เค้กส้มต่อแว้ว…

เมื่อวานเพิ่งอบเป็นรอบที่หก
คราวนี้ใจกล้าอบมันที่เดียวสองก้อนเลย ปรากฏว่าก้นขาวจั๊วปราศจากไตให้ขุ่นเคืองใจ แต่ว่า แต่ว่า แต่ว่า มันไม่ค่อยฟูอีกแล้ววุ๊ย =_= ไม่รู้เพราะเหตุอันใดจริงๆ
ตอนตีไข่กับน้ำตาลกับแป้งก็ยังฟูฟ่องอยู่แท้ๆ พอรินเนยใส่แล้วจะเทใส่พิมพ์ส่วนผสมมันดันเหลวขึ้น (ฮือๆๆ) แต่ยังไงก็อบได้พิมพ์สามปอนด์สองก้อนล่ะ เนื้อเค้กไม่ค่อยสูง สไลด์ได้แค่สองชั้น ส่วนผสม และวิธีทำตามนี้เลยค่า

สปันจ์เค้ก ส่วนผสมสำหรับ 3 ปอนด์ (สูตรและวิธีลอกมาจากคุณแหม่ม Tiara ^_^)

  • แป้งเค้ก 100 กรัม
  • ผงฟู 3/4 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 120 กรัม (กลัวหวานเลยลดเหลือ 100 กรัม)
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • น้ำ 40 กรัม
  • นมข้นจืด 30 กรัม
  • ไข่เบอร์ 0 3 ฟอง
  • เนยละลายรสเค็ม 70 กรัม
  • SP 10 กรัม
  • กลิ่นวนิลา/ส้ม 1 ช้อนชา (ใส่ในนมข้นจืดรอไว้)

วิธีทำ

  1. ร่อนแป้ง+ผงฟูพักไว้
  2. วอร์มเตา 180c ตัดกระดาษไขรองก้นพิมพ์ ไม่ต้องทาไขมัน
  3. เอาน้ำตาล+เกลือ+ไข่+น้ำ ใส่เครื่องตี เอา SP ป้ายหัวตะกร้อ ตีด้วยความเร็วต่ำ 1  นาที (KitchenAid speed 2)
  4. ปาดอ่าง สำรวจว่าน้ำตาลละลายหมดรึยัง
  5. ใส่แป้ง+ผงฟู ใช้ความเร็วระดับ 1 กันแป้งฟุ้ง แล้วใช้พายยางปาดขอบอ่างให้แป้งลงไปที่ก้นอ่างผสมจนหมด
  6. ตีด้วยความเร็วกลาง (KitchenAid speed 6) 5 นาที
  7. เมื่อครบตามเวลา ส่วนผสมจะข้นเหนียว ปาดอ่าง เตรียมใส่นม,เนย, กลิ่น
  8. เมื่อใส่นมเนย ส่วนผสมจะเหลวขึ้นเล็กน้อย (นมและกลิ่นก่อนแล้วตามด้วยเนย) ใช้ความเร็วต่ำ 1 นาที
  9. ปาดอ่างเบาๆอีกครั้ง ตีด้วยความเร็วต่ำจนเนื้อเค้กเนียน (ประมาณ 1 นาที) เทใส่พิมพ์ กระแทกพิมพ์เบาๆเพื่อไล่ฟองอากาศ
  10. เอาเข้าอบไฟล่างอย่างเดียว 180c 25-30 นาที หน้าเค้กจะนูนขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป 20-25 นาที 5 นาทีสุดท้ายอบไฟบนอย่างเดียวแล้วลดอุณหภูมิเป็น 150c หน้าเค้กจะยุบลง
  11. เมื่อครบกำหนดเวลาเอาออกจากเตาทันที กระแทกพิมพ์เบาๆ 1 ครั้งบนโต๊ะเพื่อให้โครงสร้างอยู่ตัวแล้ววางลงบนตะแกรงให้เย็นสนิทเมื่อเค้กเย็นแล้วใช้มีดแซะออกจากพิมพ์

ส่วนผสมหน้าส้ม

  • น้ำ 400 กรัม
  • น้ำส้มเข้มข้น 70 กรัม
  • น้ำตาล 140 กรัม
  • แป้งกวนไส้ 35 กรัม
  • เนยจืด 50 กรัม

วิธีกวนหน้าส้ม

  1. เอาน้ำ น้ำส้ม น้ำตาล และแป้งกวนไส้ใส่หม้อรวมกัน
  2. ใช้ตระกร้อมือคนส่วนผสมให้น้ำตาลละลาย ยังไม่ต้องเอาหม้อตั้งบนไฟ
  3. เมื่อน้ำตาลละลายแล้ว เปิดไฟอ่อน คนส่วนผสมด้วยตะกร้ออย่าหยุดมือจนกระทั่งเริ่มเดือดอ่อนๆ ส่วนผสมจะข้นขึ้น ปิดไฟเมื่อคนแล้วเห็นรอยตะกร้อมือ
  4. ใส่เนยลงในส่วนผสม คนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน

ข้างล่างนี่เป็นรูปเค้กที่อบเสร็จแล้ว ราดหน้าส้มแล้วจ้ะ

Orange cake

วันนี้ราดหน้าส้มได้สวยเป็นพิเศษ ส้มกลีบสวยๆนี่แม่ช่วยปอกให้ ^^

A slice of cake

เค้กขนาดสามปอนด์ แบ่งได้สิบสองชิ้น

Final QC

เห็นชัดเลยว่าชั้นบนฟูดีแต่ชั้นล่างเนื้อแน่น ฮือๆ T_T ฝากไว้ก่อน จะกลับมาแก้มือครั้งหน้า >_<!

เค้กส้มในตำนาน Legendary Orange Cake

สืบเนื่องมาจากได้อ่านกิตติศัพท์ความอร่อยของเค้กนี้มาจากกระทู้ใน PANTIP มากมายจนมีผู้ขนานนามว่า ‘เค้กส้มในตำนาน’ ลองอ่านๆที่มาจากกระทู้ต่างๆได้ความว่าตัวเค้กสปันจ์นั้นเป็นสูตรของคุณแหม่ม Tiara ส่วนหน้าส้มเป็นสูตรของคุณจอย Jonuu เค้กนี้เป็นที่ร่ำลือว่าเนื้อนุ่มชุ่มเนย บางท่านถึงกับประกาศว่าจอมยุทธ์ท่านใดเมื่อได้อบสำเร็จเองแล้ว ท่านจะลืมเค้กดัง ‘ต้นกก’ แห่งสามย่านไปในบัดดล

ฮึ่ยยย คิดในใจว่าอย่างนี้มันต้องพิสูจน์

อบครั้งแรก ใช้วิธีผสมขั้นตอนเดียวตาม blog ของคุณวรรณ แมวอ้วน ผลออกมา เค้กไม่ค่อยฟูเท่าที่ควร ตามสูตรคุณแมวอ้วนเธอว่าถ้าตีเค้กได้ขึ้นฟูถูกต้องจะอบได้สามปอนด์ แต่ของอิชั้นเทได้แค่พิมพ์สองปอนด์เองอ่ะค่า อบเสร็จออกมาก็สุกทั่วดี แต่ออกอาการฟูไม่สม่ำเสมอ ฟูบ้างแฟบบ้างบางพื้นที่ L แต่หน้าตาและรสชาติโดยรวมก็โอเคเลย คุณนุท(น้องสาว)บอกว่า ‘หน้าส้มอร่อยดี แต่ตัวเค้กยังสู้ต้นกกไม่ได้’

อบครั้งที่สอง เริ่มอยากมี Creativity เปลี่ยนไปอบ soft cheese cake สูตรจากคุณวรรณแมวอ้วนเช่นเคย ตัวเนื้อเค้กเกือบเหมือนสปันจ์ส้มที่อบครั้งแรก แต่เพิ่ม cream cheese 100g ใส่ลงไปด้วย แล้วอบใส่ถ้วย cup cake เล็กๆ แต่คราวนี้เกิดโศกนาฎกรรมเค้กไม่ฟู ตียังไงก็ไม่ฟู ไม่ฟู ไม่ฟู แงๆๆๆ สองจิตสองใจว่าควรจะเทส่วนผสมทิ้งไปเลยดีหรือเสี่ยงอบดูดี แต่ด้วยความงกอิชั้นก็เทอิที่เหลวๆลงถ้วยอบดูในที่สุด  ปรากฏว่า แฟบ แฟบ แฟบ…

อบครั้งที่สาม หลังจากนั่งเสียความมั่นใจไปครึ่งวันจากการอบครั้งที่สอง ก็ลุกขึ้นมาสู้ใหม่ นั่งอ่านทบทวนวิธีการจากกระทู้ต่างๆที่ท่านผู้รู้โพสไว้ใน Pantip และก็ค้นพบวิธีการผสมอีกแบบจากคุณวรรณ (อีกละ คือกลายเป็นแฟน blog ‘a little catz’ ไปเสียแล้ว) โดยตีน้ำ นม ไข่ น้ำตาลให้ขึ้นฟูก่อน แล้วจึงใส่แป้ง และใส่เนยละลาย ตอนตีไข่ก่อนใส่แป้งก็ฟูฟู๊ฟูดีอยู่หรอก แต่พอใส่แป้งไหงมันฟีบลงไปเรื่อย แต่อบออกมาก็นุ่มฟูดี ครั้งนี้เค้กฟูกว่าครั้งแรก สไลด์ได้สามชั้นแต่ส่วนใกล้ๆฐานเค้กยังมีมองเห็นว่าไม่ฟูอยู่เล็กน้อย เอาแบ่งบ้านแม่ บ้านอาม่าให้ชิมกันถ้วนทั่ว คนชิมล้วนชมเชย คนทำหน้าบาน ^ ^

อบครั้งที่สี่ หันกลับมาลอง Cup cake อีกครา (ไม่เข็ด) คราวนี้ตีไข่กับน้ำกับน้ำตาลก็ขึ้นฟูดี ใสแป้งแล้วก็ยังดูดีอยู่ แต่พอใส่เนยละลายกะ cream cheese เท่านั้นแหล่ะ เหลวไม่เป็นท่าอีกแล้ว ฮ่วย! อิช้านทำไรผิดเนี่ย  (-“-!) แต่ก็ยังจะดันทุรังเอาเข้าไปอบ ออกมาก็ แฟบ แฟบ แฟบ ติดก้นพิมพ์อะเกน ฮือๆๆ

อบครั้งที่ห้า  หลังจากหลบไปเลียแผลอยู่อีกครึ่งวัน พร้อมกับอ่านๆๆ blog ของคุณแหม่ม Tiara เจ้าของสูตรเค้กนี้ ก็ได้เคล็ดวิชาการตีเค้กเพิ่มขึ้น โชคดีที่เครื่องตีของคุณแหม่มเป็น Kitchen Aid รุ่นเดียวกันเปี๊ยบเลย ก็เลยย้ายค่ายมาเรียนวิชาจาก Blog คุณแหม่ม Tiara แทน อ่านเสร็จแจ้นออกไปซื้อไข่ใหม่บัดเดี๋ยวนั้น เลือกที่ใหม่โคตรๆ วิธีตีก็ทำตามลำดับที่คุณแหม่มอธิบายใน Blog ใช้ speed เครื่องเร็วสุดแค่ 6 (จากเดิมตีสูงใช้ speed 10 แน่ะ) เค้กตีออกมาฟูดีมาก ไม่มียุบ ใส่นม ใส่เนย ยังไงก็ไม่ยุบ ฮ่าๆๆ วิธีเค้าดีจริง ตอนนี้ตัวเค้กเก็บไว้ในตู้เย็น จะกลับไปทำหน้าส้มมาราดเย็นนี้แหล่ะจ้า

เฮ่อ ช่างเป็นเค้กที่เอาใจยากจริงๆเชียว ผู้รู้บางท่านในPantip ท่านว่าให้จุดธูปไหว้ Kitchen Aid กะไหว้เตาอบก่อนทุกครั้งไป (555) ไอ้ที่อบครั้งสุดท้ายนี้ก็ยังไม่พอใจร้อยเปอร์เซนต์นะเนี่ยเพราะQCแล้วเจอว่าก้นเค้กยังมีเนื้อเป็นไตแข็งๆอยู่บ้าง แต่ไม่เป็นไรน่า ตอนนี้สอบผ่านวิชาตีเค้กฟูแล้ว วันหน้าค่อยฝึกวิทยายุทธ์กำจัดไตกันต่อไป แล้วจะเอาวิธีทำและรูปมาลงใน blog หน้าเน่อ (^ ^)Y

ขอได้รับความขอบคุณมากๆจาก

คุณวรรณ แมวอ้วน http://alittlecatz.wordpress.com/

คุณแหม่ม Tiara http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tiara

ปล. ชอบคอมเม้นท์ข้างล่างนี้มากๆ ขออนุญาตcopyเอาภาพมาลงนะคะ ก๊ากๆๆ

ความคิดเห็นที่ 9

อันนี้นะ หญิงแม่นะ ขอบอกว่าเป็นเรื่อง ไสยศาสตร์ล้วน ๆ ทำเหมือนกันทุกสิ่งอย่าง ไข่นะยังแพ็คเดียวกันเลย แล้วขอโทษนะทำต่อกันเลย อันแรกไม่เจ๊ง อันที่สองเจ๊ง เออเจริญแบบว่าโมโหมากกกกกกกกกกกกกกกกก

สิ่งเดียวที่หญิงแม่แนะนำได้คือ ต้องดูว่าเป็นวันธงไชยตามตำราจีนหรือเปล่า แล้วเป็นวันที่เราไม่ถูกกับอะไร ใส่เสื้อสีอะไรตอนทำ

คือไม่เชื่ออย่าหลบลู่ เพราะเจอกับตัวเองเหมือนกัน

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน น่ากลัวมากกกกกกกกกกก

จากคุณ : หญิงแม่ – [ 19 ม.ค. 52 09:58:10 ]

ความคิดเห็นที่ 18

ของเค้าแรงจริง ตอนทำครั้งแรกเป็นไตสามลูกติดกันเลย เกิดอาการท้อมากถึงมากที่สุด  หลังๆก็แอบมีไตบ้างแต่ถ้าวันไหนมือขึ้นก็จะเนื้อเนียนสวยเชียว  

สปันจ์มันเป็นเค้กปราบเซียนแต่ถ้ารู้มือกันก็จะสบายเลย สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากๆคือเรื่องอุณหภูมิ  เนยละลายต้องไม่เย็นหรือร้อนจนเกินไป  ความร้อนในเตาอบก็เช่นเดียวกันถ้าร้อนไม่พอเนยก็มีสิทธิ์นอนก้นได้ ลองทำสักสามสี่ครั้งคงคุมไฟในเตาได้ดีขึ้น

วิธีของเพื่อนๆหลายคนในห้องก้นครัวก็น่าจะเป็นวีธีที่ดีที่น่าจะนำไปลอง เพราะสปันจ์มีวิธีในการตีมากถึง 11 แบบ แต่ละแบบจะให้เนื้อเค้กที่ได้ต่างกันออกไป  สูตรปราบเซียนที่ทำกันจะให้เนื้อเค้กที่ค่อนข้างนุ่มแต่มีปัญหาที่ทำแล้วเค้กชอบเป็นโรคไต

เราไปได้วิธีการตีสปันจ์ในบ้านแม่เจเจ แต่ก่อนเค้กก็เป็นโรคไตเหมือนกัน มากน้อยขึ้นอยู่กับเวรกับกรรม…แต่ตอนนี้ไม่มีเลย

วิธีการทำก็คือส่วนผสมทั้งหมดยกเว้นเนยละลายตีให้เข้ากันด้วยความเร็วสูงสุดจนข้นขาว  ถ้าลองเขียนเป็นเลขแปดแล้วมันอยู่ตัวแสดงว่าใช้ได้แล้ว  แล้วจึงใส่เนยละลายลงไปตีด้วยความเร็วต่ำประมาณหนึ่งนาที แล้วเปลี่ยนไปใช้ความเร็วสูงสุดสิบห้าวินาที เราตีด้วยความเร็วต่ำอีกสักครู่เพื่อไล่ฟองอากาศแล้วก็เทใส่พิมพ์เอาเข้าอบได้เลย

วีธีนี้ใช้กับสปันจ์สูตรที่ชอบได้ทุกสูตร ปรับได้นิดหน่อยตามความถนัดของแต่ละบุคคล  แต่ก่อนตีสปันจ์ไข่สามฟองเป็นไตแหลกลาน แต่ตอนนี้ไข่สิบห้าฟองยังยิ้มได้เลย สำคัญที่เนยและไฟต้องร้อนนั่นแหละ..ขอให้โชคดี

จากคุณ : อ้วนดำตาเหล่!! – [ 20 ม.ค. 52 05:20:46 ]

ความคิดเห็นที่ 19

สงสัยเจ้าของสูตรจะแรง อาถรรพ์เยอะ ต้องเรียกว่าสูตร “ล่อ (ใจ) ให้ยากแล้วจากไป” เพราะทำครั้งแรกดี ครั้งต่อไปเสีย ^^”

ตัวเองทำวันดีคืนดีก็เป็นเหมือนกันค่า เหมือนมันจะทดสอบความอดทนน่ะ ต้องใจเย็นมากๆ เลยเวลาตีส่วนผสม การสังเกตด้วยประสบการณ์จะบอกได้ว่าส่วนผสมขนาดนี้โอเคมั๊ย ต้องลองทำลองเสียมันไปเรื่อยๆ ค่ะ
^
^
^
ช่างพูดจาไม่มีความรับผิดชอบ…

จากคุณ : tiara – [ 20 ม.ค. 52 08:47:34 ]